2006/Sep/29


August 30 06


แดดยามเช้า กำลังทอแสงลอดผ่าน ช่อดอก ยอดไม้ และกิ่งใบ
กว่าที่แสงจะตกลงบนแผ่นไม้ ก็เหลือเพียงไออุ่นๆ รำไรเท่านั้น
ระเบียงไม้ผุๆถูกเกาะแน่นด้วยตะไคร่น้ำ+++ทอดยาว ออกไปต้อนรับแสงแดด ในยามเช้า

เสียงนกร้อง ไก่โก่งคอขัน ... คงเช้าแล้วสินะ
ฉันแหวกม่านเอื้อมมือไปดันหน้าต่างเพื่อเปิดมัน โบกมือ กวัดแกว่งไป-มาคล้ายกับจะต้องจับสายลม
ที่รัก...ลมหนาวมาแล้ว เมื่อวานนี้คงเป็นสายฝน ชุดส่งท้ายแล้วสินะ

ฉันแอบอมยิ้มในใจยินดีที่หน้าหนาวกำลังจะมาเยือน
จากนั้น ก็ดึงตัวเองกลับสู่ใต้ผืนผ้าอุ่นอีกครั้งกลับมาซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนเธอ
ไม่อยากให้เช้า ไม่อยากหลุดจากอ้อมกอดของเธอ ..แม้สักวินาที

ลมหนาวมาแล้ว สายลมหนาวกำลังจะมาเยือน
อ้อมกอดของเธอ ++ นานกี่ปีแล้ว ก็ยังอุ่นที่สุดเลยคนดี

ดอกปีบ ยามต้องสายลม ส่งกลิ่นหอมระริน ข้ามหน้าต่างมา
++ ต้นปีบ ที่เธออุตส่าห์ลงมือปลูกด้วยตัวเอง เมื่อหลายปีก่อนนั้น
กี่ปีผ่านไป ++นานเท่าไหร่แล้ว ...ก็ยังส่งกลิ่นหอมให้บ้านของเราเหมือนเคย

กาแฟกรุ่น แก่ๆ ยามสาย.... อุ่นกำลังดี
นิยายเล่มเดิม ที่อ่านค้างไว้ ถูกจับคว่ำลงอยู่บนโต๊ะไม้
ฉันมองดูกลุ่มคนในสวน วันนี้คนมาดูปลาของเธอเยอะกว่าทุกวัน
เธอมีความสุขกว่าทุกวัน หัวเราะดังกว่าทุกวัน เธอดูอ่อนเพลียกว่าทุกวัน
เธอมองมาและส่งยิ้มมาให้ฉันอมยิ้มกลับไป
++นานเท่าไหร่แล้ว ... ที่สายตาฉัน ไม่เคยละไปจากเธอเลย

กระดิ่งไม้อยู่ที่ใต้ชายคาเมื่อยามที่ต้องลม เสียงดังก๋องแก๋ง ๆ แกว่งไป-มา
ใบพัดที่ติดอยู่ตรงปลาย หมุนติ้ว เพื่อเล่นหยอกล้ม ล่อลม
เธองีบหลับ โดยเหนื่อยล้า อยู่ใต้ต้นลีลาวดีสีขาว
ฉันค่อยๆ วางผ้าห่ม ลงบนตัวเธอ
++ นานเท่าไหร่แล้ว ที่เรายังมีกันและกัน มีเธอนอนหนุนอยู่บนตักฉัน นานเท่าไหร่แล้ว ++

++นานเท่าไหร่แล้ว ที่วันแต่วันผ่านไป ... มีคุณค่าเสมอ
เข็มนาทีหมุนวน ให้ทุกๆ วันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
ความรักมีคุณค่าทุกวัน ราวกับเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

ลมหนาวพัดมา หนาวเย็นกว่าทุกปี
ในมือฉันยังกำมือแสนเย็นเฉียบของเธอ
ที่รัก .... เธอจะไม่ตื่นขึ้นมาฟังเสียงกระดิ่งสายลมด้วยกันเลยหรือ
ปีนี้ลมหนาวชั่งแรงนัก ตื่นเถอะ ลุกขึ้นมาคุยกัน
อย่าหยุด โดยเงียนงัน อย่างนั้นสิคนดี

หลับที่นี่นะ ในบ้านของเราฉันจะกอดเธอเอาไว้ เพื่อคลายหนาว
จงอยู่ในอ้อมกอดของฉัน++ โปรดได้รับการตอบแทน สำหรับคืนวันอันแสนอบอุ่นของเธอ
พักผ่อนให้สบายนะคะคนดี
ฉันจะหลับอยู่กับเธอที่นี่ ใต้ต้นลีลาวดีสีขาวภายในรั้วบ้านของเรา

# นานสักหน่อยสำหรับเรื่องนี้ หลายคนเข้ามาเตือน ว่าอัพสเปซได้แล้ว นานเกินไปแล้ว ++ เรื่องนี้เขียนนานเกินไปแล้วแก ++ ต้องคาราวะ ขอโทษ ... (ทำเหมือนมีคุณค่าซะอย่างนั้น) พี่ๆ น้องๆ ทุกท่าน เรื่องนี้ ใช้อารมณืบิ้วอยู่นาน ว่าจะให้จบแบบไหน สุดท้าย ...ตอนจบ มาจากฉากตอนหนึ่งของจิตใต้สำนึก ที่บังเอิญได้ไปอ่านบางเรื่องราว ใน Website แห่งหนึ่ง กระเทือกใจ จนไม่อาจหลีกเลี่ยงให้ลงเอยเช่นนี้ #


edit @ 2006/09/29 14:23:23
edit @ 2006/09/29 14:27:48

2006/Sep/29

Septemger 20 06

ฟ้าร้อง เสียงดังกว่าทุกวัน
หรือเพราะฉันไม่เคยได้ยินเสียงของมันมานาน
หรือเพราะวันนี้อารมณ์อ่อนไหว แค่ยอดไม้ปลิวก็สับสน
หรือเพราะเสียงร้องไห้ ในหัวใจนั้นดังเสียจน ทำให้เสียงมันเพี้ยนไป

คืนนี้ เข็มนาฬิกาเดินช้ากว่าทุกคืนรึป่าว
ฉันไม่อาจตอบตัวเองได้ เพราะมันไม่มีเหตุผล
หรือเพราะไม่มีความสุข จึงทำให้แต่ละวินาที ผ่านไปอย่างเยือกเย็น
หรือเพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมองมัน ไม่เคยนับชั่วโมง
หรือเพราะหัวใจ ดื้อดึงไม่ยอมฟังอะไร ไม่ยอมเข้าใจ ไม่เปิดใจ

ทำไมคืนนี้ ท้องฟ้าไม่มีดวงดาว
ท้องฟ้าว่างเปล่า กว่าที่เคยมอง
หรือเพราะฉันไม่เคยได้แหงนหน้ามองมันมานาน จึงไม่เคยรู้เลยว่าดาวหายไปไหน
หรือเพราะฉัน สนใจอยู่แต่กับความรักของตัวเอง จนลืมมองสิ่งรอบตัวข้างกาย
หรือเพราะฉัน ไม่เคยสนใจ อะไร-อะไร รอบตัวมาเนิ่นนาน

ไม่เคยเอียงหู ฟังเสียงนกร้อง
ไม่เคยแอบมองท้องฟ้ายามค่ำคืนมาเนิ่นนาน
ไม่เคยรู้ว่าใครคิดยังไง เจ็บปวดยังไง รู้สึกยังไง
ไม่เคยรู้ว่าตัวเอง เห็นแก่ตัวแค่ไหน

ฉันเย็นชาอย่างนั้นหรือ
ฉันกล้าแกร่งเกินไปใช่ไหม
แล้วน้ำตาที่ไหลอาบ อยู่ตรงสองข้างแก้มนี่ละ มันหมายถึงอะไร
สิ่งที่ฉันเฝ้าวิงวอน อ้อนขออยู่ตรงนี้หรือที่เรียกว่า "กล้าแข็ง"

คุณเห็นฉันเป็นผู้หญิงแบบไหน
ทำไมใครๆ ถึงได้มองและตัดสินกัน....ว่า +เข้มแข็ง+
เคยรู้ไหมว่ารู้สึก เคยรู้ไหมว่าฉันแอบร้องไห้ เพียงแค่ไม่เคยให้ใครเห็น
ฉันอยากรู้ในสิ่งที่คุณคิด เพราะหากคุณคิดว่าฉันเข้มแข็ง +มันคงไม่ใช่+

สงสารฉันบ้างไหม รักฉันบ้างรึป่าว ????


edit @ 2006/09/29 14:08:01

2006/Sep/29

July 31 06


ในค่ำคืนที่ฉันกำลังวิ่งวนอยู่ :..。o○☆゚

บนเส้นทางที่เธอทิ้งห่างไปแสนไกล

ท่ามกลางความแตกต่างของเรา

ท่ามกลางการลองผิดลองถูก ของฉัน +++ มาตลอดทาง

...และท่ามกลางความพยายาม อันแสนเหนื่อยล้า ที่ฉันอยากวิ่งตามเธอให้ทัน

เธอคงนั่งประเมิน T ความเป็นฉัน/ความเป็นเรา T อยู่บนเนินอันสูงชันและห่างไกล
"ไม่เคยทำเพื่อให้ใคร..เท่าที่ทำให้ฉันตอนนี้" ++ เธอคงระบายออกด้วยความเหนื่อยใจเต็มที
"ใครๆ ของเธอมักจะทุ่มเท..และมอบความรักให้เธอเสมอ" ++ เธอคงคิดว่า เธอคงให้ฉันมากไป
เธอว่า "เธอมักจะเป็นฝ่ายได้รับ...จากใครหลายคนของเธอ" ++ เธอคงเปรียบเทียบกันมาเป็นอย่างดีแล้ว
แต่กับฉัน .. สิ่งที่เธอทุ่มเทลงไป มันกลับเงียบหายและจบสิ้น

ใครๆ ของเธอเป็นยังไง..ฉันคงไม่ได้อยากรู้
เพราะฉันคงไม่ใช่ ให้ฉันเลียนแบบอย่างไร ก็คงไม่เหมือน
ฉันเสียใจที่เป็นได้ เพียงแค่นี้
บางทีฉันอาจไม่ได้...เป็นในสิ่งที่เธอต้องการมี ·●

มันทำให้อาการเหนื่อยหอบ ของฉันกำเริบ
ทั้งที่ฉันกำลังสนุกอยู่กับการเรียนรู้กันและกัน
ท่ามกลางความท้าทาย ที่จะค้นหาตัวตนของกันและกัน
..จะให้ฉันทำอย่างไร เมื่อฉันไม่ใช่ และมีบางอย่างที่ฉันทำไม่ได้

ก่อนที่เราจะเดิน เข้า-ออก ในชีวิตกันและกัน
ตัวตนข้างในของฉัน มันไม่ได้เป็นอย่างภาพที่เธอเห็น
ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ที่แสนจะเขลา
ฉันมีวิถีบนฐานอันเรียบง่าย .. ลวดลายที่เธอเห็น ฉันเพียงแต่ฉาบไว้เท่านั้น

ฉันไม่เคยประเมินความรักของเรา
ว่าควรได้กลับคืนมาแค่ไหน ควรคืนสนองเท่าไหร่ ในรูปแบบไหน
ฉันไม่มีรูปแบบหรอกคะคนดี
ฉันมีแค่ชีวิตกับหัวใจ ..
ที่จะค่อยๆ มอบให้ ขึ้นอยู่กับความไว้วางใจที่มี
เร็วหรือช้าแค่ไหน ฉันตอบไม่ได้ เพราะฉันไม่มีอะไรตัดสิน

อ่านถึงบรรทัดนี้ เธอคงจะผิดหวังและเสียใจ
เพราะชั่งไม่มีอะไรเหมือน...อย่างที่เธอคิดไว้
อย่างที่เธอเคยมี อย่างที่เธอเคยได้รับ อย่างที่เธอเคยรู้จัก
เพราะฉันคงเปลี่ยนไม่ได้ ..แต่ฉันปรับวิธีคิดได้ ซึ่งคงต้องใช้เวลา
นานแค่ไหน และเธอจะรอได้รึป่าว ฉันเริ่มเหนื่อยที่จะมั่นใจ

บรรทัดนี้ .. ฉันขอหยุดวิ่งสัก 15 นาทีได้รึป่าว
ลมตรงนี้เย็นดี มีลานกว้างและม้านั่ง

*::゜。ฉันคงทำให้อะไรๆ ช้าไปอีกตามเคย และไม่เป็นไปอย่างใจเธออีกตามเคย:.。..。.:*・゚